Sc4logo-nv5-dk-ccw-377
Pichai Nirand - Arts of Thailand | Janine Yasovant | Scene4 Magazine March 2015  www.scene4.com

พิชัย นิรันต์ : ศิลปินแห่งชาติ

จานีน ยโสวันต์

ท่านเป็นบุตรของเรือเอกรื่นและนางทองหล่อ นิรันต์ บิดาของท่านรับราชการ
เป็นทหารเรือ ท่านเกิดวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2479 ที่กรุงเทพมหานคร

 

มีสิ่งที่น่าชื่นชมหลายอย่างที่ดิฉันอยากจะพูดถึงศิลปินแห่งชาติท่านนี้ คุณพิชัย
นิรันต์ อย่างแรกก็คือภาพวาดสีน้ำมันของท่าน วิธีการที่ท่านสื่อความหมายโดย
ใช้สีน้ำมันในภาพวาดและรายละเอียดอันเฉียบแหลมที่ท่านค่อยๆใส่ลงไปใน
แต่และภาพนั้นมีความน่าสนใจมาก อย่างที่สองคือความอุทิศตัวของท่านต่อ
งานศิลปะ ทุกวันนี้ท่านยังคงทำงานศิลปะอยู่ ถึงแม้ว่าคุณพิชัยจะทำงานหนัก
และขยัน แต่ความต้องการของนักสะสมที่ต้องการซื้อหารูปของท่านยังคงสูง
มาก บางครั้งท่านใช้เวลามากกว่า 1 ปี ที่จะวาดรูปภาพรูปนึงให้เสร็จเพราะว่ามี
ภาพวาดอีกหลายภาพที่ต้องวาดในเวลาเดียวกันเนื่องจากมีคำร้องขอที่ยังค้าง
อยู่มาก ราคาภาพเขียนของท่านค่อนข้างสูงโดยเฉพาะภาพขนาดใหญ่ ซึ่งมี
ราคามากกว่าหนึ่งล้านบาท ท่านเป็นคนผู้หนึ่งที่มีผู้เรียกว่าศิลปินสุภาพบุรุษ
ซึ่งได้มาจากการที่ท่านเป็นผู้ที่มีอัธยาศัยดีและสุภาพอ่อนโยน

 

PC4-cr

 

ในวันที่พบกับคุณพิชัย ดิฉันถามท่านเกี่ยวกับวิธีการใช้สีในภาพวาด ท่านบอก
ว่าการใช้สีนั้นขึ้นอยู่กับความคิดจิตใจที่จะกำหนดผลลัพธ์ของงานที่อยากจะให้
เป็น ในความคิดของดิฉันคำแนะนำที่ดูเรียบง่ายต้องอาศัยความรู้ที่ละเอียด
ลึกซึ้งและและประสบการณ์ในด้านศิลปะ ท่านบอกกับดิฉันว่าตอนที่ท่านยังเด็ก
ท่านโชคดีมากที่เพื่อนซื้อสีที่ดีและราคาแพงจากต่างประเทศแล้วมาแบ่งกันใช้
ท่านได้เข้าไปเรียนที่มหาวิทยาลัยศิลปากรและเป็นลูกศิษย์ของศาสตราจารย์
ศิลป์ พีระศรีชาวอิตาเลียน ท่านมองดูภาพเก่าของท่านและเพื่อนๆแล้วพูดถึง
เพื่อนบางคนในภาพที่เคยทำงานด้วยกัน หลายคนเสียชีวิตแล้วไปเนื่องจาก
เป็นผู้สูงวัย ท่านได้เล่าให้ดิฉันฟังถึงรูปแบบการทำงานที่เพื่อนๆท่านชอบใช้
และประเภทงานศิลปะที่พวกเขาเหล่านั้นทำได้

 

เมื่อเพิ่มความสนใจที่มากกว่าเดิม ดิฉันมองไปที่ภาพถ่ายของคุณพิชัย เพื่อน
ของท่านและศาสตราจารย์ศิลป์ เพื่อนของท่านบางคนมาจากต่างคณะแต่ทุก
คนก็รักงานศิลปะเช่นกัน ดิฉันบอกคุณพิชัยว่าเพื่อนท่านหน้าตาดีและทุกคน
ได้รับการสอนศิลปะและแนวคิดทางศิลปะในสไตล์ยุโรป จากนั้นจึงเปลี่ยน
หัวข้อไปพูดถึงเรื่องอาจารย์ศิลป์ คุณพิชัยบอกว่าศาสตราจารย์ศิลป์เป็นผู้ที่
อุทิศตนเองช่วยเหลือนักศึกษาที่เรียนดีแต่ยากจน คุณพิชัยก็เป็นหนึ่งใน
นักศึกษากลุ่มนั้นที่ศาสตราจารย์ศิลป์ช่วยเหลือทางการเงินโดยการหา
ทุนการศึกษาค่าเล่าเรียนและค่าอุปกรณ์วาดรูปจากบุคคลภายนอก
ศาสตราจารย์ศิลป์ต้องการให้คุณพิชัยจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยและเป็น
ศิลปินทึ่ดีในอนาคตเพราะศาสตราจารย์ศิลป์มองเห็นความมุ่งมั่น ความมุ่งมั่น
ความคิดสร้างสรรค์และพรสวรรค์ทางศิลปะที่หาได้ยาก

 

DSC00121-cr

 

คุณพิชัยได้รับเหรียญทองแดงสาขาจิตรกรรมจากงานประกวดศิลปกรรม
แห่งชาติครั้งที่ 11 ตอนที่ท่านยังเป็นนักศึกษาในปีพ.ศ. 2503 ชื่อของ
ภาพเขียนชิ้นนั้นคือ “จุดจบ (The End)” ศาสตราจารย์ศิลป์กล่าวกับแขกที่มา
ในงานนิทรรศการและกล่าวชื่นชมคุณพิชัยว่า “เราเชื่อว่าศิลปินหนุ่มผู้นี้มี
คุณสมบัติ ซึ่งถ้าได้นำออกมาใช้แล้วก็อาจทำงานศิลป์ได้ดียิ่ง” (ประโยคนี้
ได้รับการบันทึกจากศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรีจากสูจิบัตรงานประกวด
ศิลปกรรมแห่งชาติครั้งที่ 12 ปีพ.ศ. 2504) เมื่องานนิทรรศการปีพ.ศ. 2503
จบลงอาจารย์ศิลป์ได้นำภาพนี้ไปแขวนในสำนักงานที่มหาวิทยาลัยศิลปากร
และในตอนนี้ภาพนี้ก็ยังอยู่ที่เดิม

 

DSC00122-cr

 

คุณพิชัย นิรันต์ไม่เคยหยุดสร้างสรรค์งานศิลปะ ท่านได้กล่าวถึงเรื่องนี้ใน
หนังสือหลายเล่ม “ผมรู้สึกว่าการทำงานศิลปะช่วยให้ผมตระหนักถึงคุณค่าที่
แท้จริงของชีวิต ถ้าผมหยุดทำงานศิลปะ ผมคงรู้สึกเหี่ยวแห้งอับเฉา” ใน
ปัจจุบันนี้คุณพิชัยงานของคุณพิชัยจะเน้นไปที่รูปรอยพระพุทธบาทที่มีสีสัน
สดใส และปรัชญาทางศาสนาพุทธ ภาพเหล่านี้จะเป็นภาพนามธรรมแต่ภาพ
บางส่วนก็เป็นภาพวิวทิวทัศน์และภาพดอกไม้ เมื่อมองไปยังภาพเหล่านี้เราเห็น
ว่าดอกบัวบาน นก และปลาเป็นสัญลักษณ์ที่ท่านใช้ในงานเขียนหลายชิ้นซึ่งมี
ความหมายบอกเป็นนัยถึงคำสอนของพระพุทธเจ้าเช่นวงจรชีวิตของมนุษย์และ
สัตว์ และภาพพระพุทธรูป ท่านเป็นผู้ริเริ่มแนวคิดวาดภาพรอยพระพุทธบาท
ผลงานที่เป็นที่รู้จักก็คือ วัฏจักรแห่งชีวิต (ภาพเขียน) ดวงตาธรรม (พ.ศ. 2548
งานประติมากรรม) เจตสิกนคร (พ.ศ. 2550 สื่อผสม)

 

_SAM0697-cr

 

คุณพิชัยได้จัดแสดงผลงานในหลายๆประเทศเช่นประเทศญี่ปุ่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา (นิวยอร์ค) และกรุงปักกิ่ง (ประเทศ
จีน) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2506 – พ.ศ. 2547 หลังจากจบการศึกษาท่านเป็นครูสอน
อยู่ที่วิทยาลัยช่างศิลป์และทำงานที่กรมศิลปากรจนกระทั่งได้รับตำแหน่งนาย
ช่างศิลปกรรม ระดับ 8 ในปีพ.ศ. 2538 ท่านลาออกจากงานราชการมาเป็นศิลปินอิสระ

 

ต่อไปนี้เป็นการสัมภาษณ์คุณพิชัย นิรันต์ที่บ้านและสตูดิโอในจังหวัดเชียงใหม่

 

จานีน: ดิฉันอยากทราบเรื่องเกี่ยวกับการศึกษาด้านศิลปะ

 

พิชัย: ในปีพ.ศ. 2498 – 2499 ผมเริ่มต้นเรียนศิลปะที่โรงเรียนศิลปะศึกษาใน
กรุงเทพ ต่อมาโรงเรียนแห่งนี้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นวิทยาลัยช่างศิลป์ 1หลังจากที่
ผมเข้าไปเรียนที่มหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นเวลา 3 ปี ในปีพ.ศ. 2503 ผม
ทำงานศิลปะและได้ทำงานเป็นครูสอนศิลปะที่วิทยาลัยช่างศิลป์ ก่อนหน้านี้ผม
ทำงานแนวเสมือนจริงในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ในที่สุดผมก็หันมาหางานในสไตล์ที่
ผมชอบคือการเขียนภาพนามธรรม นับจากนี้ไปผมได้รวมเอาแนวคิดและ
สัญลักษณ์จากศาสนาพุทธเพื่อแสดงปรัชญาพุทธศาสนาและและคำสอนของ
พระพุทธเจ้า สิ่งนี้ช่วยผมได้มากในการที่จะเปลี่ยนสไตล์งานศิลปะของผมให้
เน้นงานนามธรรมอิงพระพุทธศาสนา

 

_SAM0695-cr

 

จานีน: อยากถามคุณพิชัยเกี่ยวกับรางวัลและเกียรติยศที่ได้รับ

 

พิชัย: ตั้งแต่ปี พ.ศ.2503 – 2506 ผมส่งภาพเขียนในงานนิทรรศการศิลปกรรม
แห่งชาติครั้งที่ 11 12 14 และ 15 ที่จัดที่กรุงเทพ ผมได้รับเหรียญทองแดง
เหรียญเงิน เหรียญทอง และอีกหนึ่งเหรียญทองแดง ในปีพ.ศ. 2538 ผมได้รับ
เหรียญทองพระมหาชนกจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
และในปีพ.ศ. 2546 ผมได้รับเลือกจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรมให้เป็นศิลปินแห่งชาติในสาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม)

 

PC3-cr

 

จานีน: ดิฉันอยากทราบเกี่ยวกับผลงานที่สำคัญที่ท่านเคยทำเพื่อ
พระพุทธศาสนาและในหลวง

 

พิชัย: ในปีพ.ศ. 2528-2530 ผมได้ออกแบบ 3 ใน 4 ตำบลของ
สังเวชนียสถานที่พุทธมณฑล ตำบลศาลายา อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม
1 โพธิบัลลังค์ สัญลักษณ์ของตำบลตรัสรู้
2 พระแท่นไสยาสน์ สัญลักษณ์ตำบลปรินิพพาน
3 พระธรรมจักร สัญลักษณ์ของตำบลพระปฐมเทศนา
ผมยังได้เป็นผู้ออกแบบสัญลักษณ์ ขยายแบบ และควบคุมการแกะสลัก
หินแกรนิตที่นั่นอีกด้วย

 

PC2-cr

 

ในปีพ.ศ. 2538 ผมเป็น 1 ใน 8 ศิลปินที่ร่วมเขียนภาพประกอบหนังสือเรื่อง
“พระมหาชนก” พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
อีกงานหนึ่งคือร่วมสนับสนุนการประกวดภาพจิตรกรรม วีรกรรมหรือคุณลักษณะ
ที่สำคัญในอดีตของทหารบก เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวทรงครองศิริราชสมบัติครบ 50 ปี จัดโดยกองทัพบก

 

จานีน: ท่านรู้สึกอย่างไรกับศิลปะและสังคมไทย

 

พิชัย: ในปัจจุบันสังคมไทยให้ความสำคัญและเข้าใจศิลปะมากกว่าในอดีต ดัง
จะเห็นได้ว่ามีนักสะสมงานศิลปะมากขึ้นและคุณภาพชีวิตของศิลปินก็ดีขึ้น
เพราะว่าสังคมไทยเริ่มที่จะรู้คุณค่าที่แท้จริงของงานศิลปะและศิลปินก็เป็นที่
เคารพนับถือ สำหรับค่านิยมกระแสหลักในอดีตพ่อแม่หลายท่านไม่สนับสนุน
ลูกให้เรียนศิลปะเพราะอยากให้ลูกเป็นทหาร ตำรวจ แพทย์หรือว่าเป็นนักธุรกิจ
และก็เป็นเพราะว่าพ่อแม่มีความเชื่อว่าอาชีพศิลปินไม่มีอนาคต ในเวลานั้น
นักเรียนหลายคนที่รักในงานศิลปะอย่างแท้จริงตัดสินใจสมัครเข้าสถาบันสอน
ศิลปะทั้งๆที่พ่อแม่ไม่เห็นด้วย

 

ศิลปินไทยในสมัยก่อนสร้างสรรค์ผลงานศิลปะอันล้ำเลิศเพื่อพระพุทธศาสนา
ดังที่ได้พบเห็นจากโบราณสถานและของโบราณเก่าแก่จากหลายยุคสมัย
สำหรับผมแล้วผมรู้สึกเสียดายที่สังคมไทยในตอนนี้ได้รับอิทธิพลมากจาก
กระแสวัตถุนิยม ศิลปินไทยหลายท่านไม่อยากจะรับรู้เกี่ยวกับความสำคัญของ
ศิลปะโบราณหรือว่าศิลปะโบราณเกี่ยวข้องกับสังคมไทยและวิถีชีวิตอย่างไร
ผมรู้สึกกังวลมากว่าศิลปะไทยโบราณและความรู้ต่างๆอาจถูกลืมเลือนไปใน
อนาคตอันใกล้นี้ ในอีกทางหนึ่งทุกคนดูเหมือนว่าใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
ท่ามกลางศิลปะสมัยใหม่ ที่มีทั้งเสื้อผ้า เครื่องมือ อาคาร บ้านพัก ยานพาหนะ
สิ่งต่างๆเหล่านี้ได้รับการออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีมุมมองทางศิลปะ จนคุณ
สามารถมองเห็นความงานในนวัตกรรมการประดิษฐ์ต่างๆนี้ ที่เป็นประโยชน์

 

งานสร้างสรรค์ทางศิลปะของผมทุกชิ้นมีจุดประสงค์สำคัญที่จะแสดงวิธีการคิด
ที่รวบรวมการสอนศีลธรรมจากศาสนาอื่นๆ และปรัชญาพระพุทธศาสนาใน
รูปแบบของงานศิลปะที่ส่งเสริมการคงอยู่ของสังคมที่สงบสุข

 

_SAM0693-cr

 

ผมสร้างงานศิลปะเพื่อค้นหาความงดงาม สุนทรียภาพสำหรับความสุขเพื่อจิต
วิญญาณของผมและสังคมให้มีโอกาสชื่นชมงานศิลปะมากขึ้น วิถีทางของการ
สร้างสรรค์ของผมอาจเป็นแนวทางที่เรียบง่ายสำหรับศิลปินรุ่นใหม่ให้นำไป
ขยายและปรับปรุงเพื่ออนาคตที่ดีกว่า ศิลปะเป็นผลผลิตจากสมองและความ
ขยันคิดพิจารณา ศิลปะช่วยฝึกฝนใจชองมนุษย์ให้มีความอ่อนโยนและดีงาม
ในความคิดของผมแล้วถ้าคนเราไม่มีศิลปะก็คงจะไม่ต่างอะไรกับสัตว์เลย
ศิลปะนั้นเหมือนเป็นลัทธิ ความเชื่อหรือแม้กระทั่งศาสนาแห่งโลกที่สามารถ
สร้างสันติภาพให้กับมนุษยชาติทั้งมวลได้

อินไซท์ 

March 2015

กรุณาลงความเห็น เกี่ยวกับบทความนี้

Scene4 Magazine: Janine Yasovant

ส่ง
อีเมล์
หน้านี้

จานีน ยโสวันต์ เป็นนักเขียน
เธออาศัยอยู่ในเชียงใหม่ประเทศไทย
สำหรับบทความและบทวิจารณ์อื่นๆ ของ จานีน ยโสวันต์
กรุณาตรวจดู แฟ้มเก็บข้อมูล:

Search Janine Yasovant
Click Here for this article in English 

©2015 Janine Yasovant
©2015 Publication Scene4 Magazine

 

Sc4logo-nv5-dk

®

 

Cover | This Issue | inView | inFocus | inSight | Perspectives | Blogs | inPrint | Comments | Contact Us | Recent Issues | Special Issues | Masthead | Contacts&Links | Submissions | Advertising | Subscribe | Books | Your Support | Privacy | Terms | Archives
Search This ISSUE

Search This Issue

Search The ARCHIVES

Search The Archives

Translate Page

 

 Share This Page

Email

Share in Facebook

Facebook

 


Scene4 (ISSN 1932-3603), published monthly by Scene4 Magazine - International Magazine of Arts and Culture. Copyright © 2000-2015 AVIAR-DKA LTD - AVIAR MEDIA LLC. All rights reserved. Now in our 15th year of publication with Worldwide Readership in 126 Countries and comprehensive archives of 8500 pages.
 

sciam-subs-221tf71
Julius Krinski NUDITY - authorized edition -  Scene4 Books/Aviarpress www.aviarpress.com
Hollywood Red: The Autobiography of Lester Cole  ©2013 Scene4 Books  www.aviarpress.com
Character Flaws by Les Marcott at www.aviarpress.com
Bookends by Carla Maria-Verdino Süllwold - Scene4 Magazine - www.scene4.com
Thai Airways at Scene4 Magazine